Author: Pong Missita

31 สิงหาคม

พีค ของคืนวันที่ 31 สิงหาคม คืออะไร มีความกมายอย่างไรของแต่ละคนคงต่างกัน พี่เคยเขียนถึงวันนี้ว่า “เป็นวันที่ทบทวนอดีต มองปัจจุบัน เพื่อวางอนาคต”

ส่วน 1 ตุลาคม เป็นวันเปิดศักราชงบใหม่ พี่เคยบันทึกไว้ว่าเคยบันทึกไว้ว่า

พี่ประชุมตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนถึงบ่ายโมงครึ่งทบทวนงาน มองงาน คาดการณ์อนาคต ปรับตัว ปรับใจ ปรับวิธีการทำงาน มีทั้งบ่น ว่า ชม แทะ สารพัดตามนิสัยที่ไม่ดีของพี่ ที่สุดก็ได้ชิ้นงานและเจ้าภาพ พร้อมวิธีการทำงาน ความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจข้อจำกัดของแต่ละคน

Read More

ออกกอง

ที่ทำงานของพวกเรา จะหยุดพร้อมกันคือยาก หากช่วงนี้จะมีช่วงที่ตัองพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเดือนละครั้ง ใช้เวลาครึ่งวัน

เวลาครึ่งวันนี้จึงต้องใช้อย่างมีคุณภาพ พี่เลือกที่จะให้ทำกิจกรรมต่าง ตามสถานการณ์ของวันนั้น ๆ รวมถึงข้าวปลาอาหารขนมเลยมันเลยซึ่งมีบ้างไม่มีบ้างแล้วแต่อารมณ์อันแปรปรวนบวกกับขี้หลงขี้ลืม

กิจกรรมที่เราทำกันอย่างสม่ำเสมอคือ ลงสวน กับ ออกกอง หรือบางทีก็เรียกทุกอย่างนวมๆ กันว่าออกกอง สุดแต่จะไปกองไหน โดยใช้สวนพี่พร้อมเป็นแหล่งพำนักพักพิงและตามความถนัด

ออกกอง เพื่อเล่าเรื่องหนังสือ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำกันขำๆ เริ่มตั้งแต่ฝ่ายสถานที่ ฉาก กล้อง และนักแสดง

Read More

มองให้เป็นระบบ

  1. ตอนเรียน .โท พี่ชอบวิชา System analysis มาก แต่ลืมชื่ออาจารย์ไปแล้ว จำได้แค่ครูจะสอนให้มองทุกอย่างเป็นระบบ ยังถามว่าอาจารย์ว่ามีวิชาแบบนี้เรียนด้วยเหรอ อาจารย์ตอบว่า มีสิเอาไว้คุยกับใครๆ จะได้รู้เรื่องและเข้าใจตรงกัน โดยเฉพาะโปรแกรมเมอร์ ในวิชาเรียนหมายถึงแบบนั้น

พี่ชอบเล่าให้น้องฟังเสมอว่าพี่ชอบวิชานี้ เพราะนำมาใช้ได้ในชีวิตการทำงาน 

พี่คิดว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพี่ชอบมองอะไรรอบๆ ตัวเป็น flow chart กับ mindmap ส่วนปีที่แล้ว . สมศักดิ์ มาสอนให้ใช้ Unilexicon ความเห็นของคือทั้งสามสิ่งคล้ายกัน ที่มีทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ที่อยากให้รู้และอยากซ่อนเร้น

Read More

เมื่อต้องพูด เมื่อต้องตอบ

วันนี้ 31 สิงหาคม 2565 น้องอ้อแจ้งว่ามีผู้มาขอสัมภาษณ์เรื่องของห้องสมุดที่กำลังจัดอยู่ ซึ่งเป็นการจัดร่วมกับวิทยาเขตฯ ในงาน ทับแก้ววิชาการ ซึ่งจัดมาหลายปีแล้ว แต่ด้วยเหตุของโควิดจึงชะงักพักไป…. จนลืม

แต่เมื่อต้องฟื้นก็ไปต่อได้ เพราะจับงานที่อารมณ์แบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรก แม้ว่าช่วงนั้นจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทยก็ตาม แต่ก็ยังส่ง content กลับมา ย้อนกลับไปดูสเตตัสของตัวเองเมื่อ 26 สิงหาคม 2557 ยังจำความรู้สึกของตนเองได้ ส่วนความรู้สึกของเมืองไทยนั้นไม่ทราบ และที่ตลกคือลืมสิ่งที่ตัวเองทำ ซึ่งได้เขียน comment โต้ตอบกับคุณใหญ่ว่าตอนแรกเห็นคำโปรยภาษาอังกฤษ คิดในใจแหมใครนะช่างเขียนชอบจังเลย อ้าวววว นึกได้ไปเช็คในเมล์ ตรูเองนี่หว่า 555555″

Read More

พี่ไม่หลับ ไม่นอน

ยามใดที่พี่หลับ พี่ก็จะหลับสนิท เท่ากับไม่หลับไม่นอน สมัยก่อนหากเกิดอาการแบบนี้จะอ่านหนังสือ ซึ่งพี่เรียกว่า ยายนอนหลับ อ่านไปสองสามหน้าก็ไปเฝ้าพระอินทร์ พออายุมากขึ้น  กลับขี้เกียจไปเฝ้าพระอินทร์ อ่านได้เรื่อย ๆ และที่โปรดปรานคือ อ่านในออนไลน์ทั้งตัวเนื้อหา รวมถึง comment ต่างๆ อ่านทุกเรื่อง ไม่ว่าจะดราม่า บวกหรือลบอย่างไร เพราะคิดว่าเป็นการฝึกจิตและทำให้เข้าใจมนุษย์

พี่ไม่ค่อยรู้ตัวกระทั้งมีกลุ่มไลน์แอดมึน แล้วพี่เจออะไรก็ชอบใส่ลงไปเผื่อ โดยไม่ถามใครๆ 55555+++ แรกๆมีคนตอบ จนเกรงใจกับความเยอะของตัวเอง บอกในกลุ่มว่าไม่ต้องตอบแค่แชร์ทิ้งไว้ เพราะกลัวลืม กระทั่งวันหนึ่งมีคนทักว่านอนกี่โมง 55555+++++

Read More

แรงบันดาลใจในการเขียน

ดิฉันเชื่อว่าการกระทำทุกอย่างต้องอาศัยแรงบันดาลใจ เวลาใครถามว่าจะไปหาที่ไหน มักตอบว่าหาจากสิ่งรอบตัว ซึ่งบางทีเป็นเรื่องปรกติ คุ้นเคย จนไม่คิดว่าคำตอบของคำถามพื้น ๆ เช่น กินอะไรดี ใส่อะไรสวย ได้มาอย่างไร ฯลฯ ล้วนมีแรงบันดาลใจซ่อนอยู่ แล้วเราก็ใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายกับเรื่องเหล่านี้

พอนำคำว่า แรงบันดาลใจไปสวมกับงานในหน้าที่ บางคนถึงกลับเขม็งตึงหยุดตัวเองในทันที เช่น เราสนุกกับการอ่าน FB สนุกกับการดูใน IG หรือเพลินกับการอ่านทวิตเตอร์  พร้อมไถหน้าจอไปมาได้เป็นเวลานานๆ แต่หากเป็นงานแล้วเหมือนนับตั้งแต่เลข 0 แล้วคืบช้าๆ จนกว่าจะได้ 1 2 3 หรือ 4 …

Read More

กูเกิ้ลภาคมนุษย์

ดิฉันแอบให้สมญาบรรณารักษ์ว่าเป็น “กูเกิ้ลภาคมนุษย์” เพราะอะไรๆ ก็ค้นได้โหม้ด…. อันนี้ชักไม่แน่ใจละว่าจริงมั้ย?
 
เหตุผลคือตอนดิฉันเข้ามาทำงานที่นี่ในปี พ.ศ. 2530 สมัยนั้นถามอะไรๆ พี่ๆ ก็จะตอบ และจะเดินไปค้นหนังสือหยิบมาให้อ่าน พอเราโตขึ้นจารกที่ทำงานอีกหน่อยจากผู้ถามก็จะกลายเป็นผู้ตอบ “สมัยก่อนเวลาคนมาถาม จะสนุกมาก เพราะทำให้เราได้ค้นๆๆๆๆๆ พี่กลัวตอบไม่ได้ จึงงกอ่านหนังสือ จดคำถามคำตอบไว้รอบตัว สมัยนี้หากกูเกิ้ลหายไปสักวัน จะเป็นเยี่ยงไร”  เขียนใน FB เมื่อ 9 Oct. 2018
Read More

ตามอ่าน

น้องจากวันละเล่มแล้วหอสมุดฯ เรายังมี “เที่ยงละบทความ” วันก่อนน้องษรมาคุยว่าเข้าใจคำว่า “มีที่ยืน” คืออะไร ส่วนดิฉันนั้นอิ่มเอาใจ เพราะกำเนิดของ “เที่ยงละบทความ” มีที่มาที่ไปเช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ

ในการอ้างอิงใดๆ สมันก่อนมักอ้างมากจากสองแหล่งใหญ่ๆ คือหนังสือ และบทความจากวารสาร สมัยตอนเรียนหนังสือครูให้จำ keyword ว่า วารสารมักเป็นเรื่องใหม่ๆ ปัจจุบันอะไรๆ ล้วนเป็นดิจิทัล ้วยเหตุผลของการเข้าถึงแบบเมื่อไรก็ได้ แต่พอพลิกไปดูด้านหลังของงานเขียน/วิจัยหรือวิทยานิพนธ์ เราจะลายตาเพราะบางเล่มอ้างมากจากเว็บล้วนๆ แบบไม่พึงพา original ทั้งที่ประเทศเรานี้มี ThaiJo เป็นอาวุธ ดิฉันเปรียบที่นี่เป็นกูเกิ้ลสาขาดรรชนีวารสาร เพราะค้นอะไรก็เจอ

Read More

ขนาดของตัวอักษร

พอเมื่ออายุมากขึ้น สายตาก็จะไม่คงที่ สิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคในการอ่านหนังสือคือขนาดของตัวอักษร ดิฉันเคยบ่นแบบอื้ออึงใน FB ว่าหนังสือที่ทำอกมาขายทำให้ใครอ่าน เพราะบางครั้งเล็กมาก จึงอยากได้อะไรๆ ที่พอดีกับผู้สูงอายุ

มีอาจารย์ท่านนึงมาค้นหนังสือที่หอสมุดฯ ด้วยการยื่นหน้าไปติดหน้าจอ OPAC เพื่ออ่านชื่อหนังสือ ภาพนั้นเรียกว่าติดตามมาก จนต้องซื้อแว่นขยายไว้ประจำกาย ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนบอกว่ามีติดตัวไว้เสมอ บอกว่าเอาไว้อ่านเมนูเวลาสั่งอาหาร จะได้ดูดีฮิโซโก้เก๋ ส่วนแว่นขยายบ้านเราที่เห็นมักเป็นกลมๆ ขอบดำ สวยๆ ไม่ค่อยเคยเห็น แต่เมืองญี่ปุ่นตะมิตะมินั้นมีขาย ซึ่งน้องกอบเคยซื้อมากฝากอันนึง ห้อยคอเป็นเครื่องประดับได้

Read More

ถกเถียงกับ “วันละเล่ม”

ดิฉันชอบอ่าน “วันละเล่ม” ที่พวกเราช่วยกันทำตั้งแต่ปลายปี 2564 ภารกิจน้ผ่านกระบวนการคิดเพื่อลงมือทำกันมากมาย ทั้งในเรื่องของเหตุผลที่ทำ การคัดหนังสือ การเลือกข้อความ การเขียนข้อมูล การนำเสนอ รวมถึงกระบวนการประเมินผล ทุกขึ้นตอนมีเรื่องราว มีวิธีคิด และมีคำตอบ แน่นอนว่าผู้รับผิดชอบมีบทเรียน มีวิธีการและแน่นอนว่ามีองค์ความรู้ให้ได้คิดต่อไปและต่อไป เรื่องนี้ละเอาไว้ก่อนเพราะคงยาววัดได้ว่าจากเบตงถึงดอยอินทนนท์

เรื่องที่จะเล่าตามชื่อของ blog คือ ถกเถียงกับตัวหนังสือ เพราะดิฉันจะอ่านทุกข้อความที่โพสต์แล้วแชร์ไปขึ้นสเตตัส พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นของตัวเองว่าคิดเห็นอย่างไรกับข้อความนี้ ในเพื่อนๆ ชินแล้วบอกว่า คงไม่รู้จะคุยกับใคร เพราะไม่ใครให้คุยจึงไปถกเถียงกับตัวหนังสือแทน

Read More