โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต เป็นโรคที่น่าสงสาร ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น จากที่กล่าวไปแล้วในตอนที่ 1 นั้น จะพูดถึงว่าเราจะสังเกตตัวเราได้อย่างไรว่าเราจะมีอาการเป็นอัมพฤกษ์หรือไม่ ตอนที่ 2 จะขอกล่าวถึงสาเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นได้มีหลายประการ คือ
1. มีความดันโลหิตสูงมาก ทำให้หลอดเลือดใต้เยื่อสมองแตก และไปกดเนื้อสมอง
2. ความอ้วนมาก ๆ หรือมีโครอสเตอรอลสูง ทำให้หลอดเลือดตีบตันง่าย
3. การสูบบุหรี่มาก การดื่มเหล้าและเบียร์มาก ๆ
4. จากโรคเบาหวาน มีน้ำตาลในเลือดสูง 200 – 300 ม.ก./ด.ล
จนหลอดเลือดตีบตัน
5. จากการผ่าตัดสมองเพื่อเอาเนื้องอกออก ต้องผ่าตัดเนื้อสมองบางส่วนที่สำคัญหายไป
6. จากอุบัติเหตุ
7. จากกรรมพันธุ์ ซึ่งมีน้อยมาก
8. จากโรคข้อเสื่อมบางชนิด ทำให้หมอนรองกระดูกไปกดทับเส้นประสาท
9. ขาดการเคลื่อนไหวของร่างกาย จนเลือดไปแล้ยงสมองไม่พอ
10. โรคหัวใจพิการ
ขอเพิ่มเติมอาการของโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต มี 5 อย่าง ที่พบมาก คือ
1. อัมพาตที่ส่วนหน้าครึ่งซีก – กล้ามเนื้อของหน้าทำงานไม่ได้ บางส่วนมีอาการปากเบี้ยว ลิ้นเบี้ยว เวลาแลบลิ้น ลิ้นจะเบี้ยวไปทางที่เป็นอัมพาต พูดไม่ชัด ถ้าเป็นมากจะพูดไม่ได้เลย ถ้าเป็นน้อยก็พูดได้บ้าง แต่ฟังไม่รู้เรื่อง กลืนน้ำ กลืนอาหารไม่ได้ หลับตาลืมตาไม่ได้ หรือได้เพียง 30-50 เปอร์เซ็น ยักคิ้วไม่ได้เลย หรือได้เพียง 10-20 เปอร์เซ็น
2. อัมพาตของแขนและขาครึ่งซึก – จะยกแขนไม่ได้เลย และยกขาไม่ได้ ต้องลากขาเอา จึงเดินไม่ได้ ยืนไม่ได้ต้องนั่ง ฟ นอน ๆ ตลอดทั้งวัน ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะโดยไม่รู้ตัว จึงต้องใส่ Pamper ตลอดวัน
3. อัมพาตครึ่งซึกทั้งหน้าและแขน – พูดไม่ได้ กินไม่ได้ ยกแขนขาไม่ได้ ต้องส่งโรงพยาบาล และให้อาหารทางจมูก
4. อัมพาตตั้งแต่คอลงมา – ส่วนมากเกิดจากอุบัติเหตุ
5. อัมพาตครึ่งตัวล่าง – ส่วนมากเกิดจากอุบัติเหตุ
การรักษา
1. นวดรักษา การตอกเส้น การย่ำขาง การเข็ดแถก
2. การออกกายบริหารและกายภาพบำบัดวันเว้นวัน หรือทุกวันได้ยิ่งดี
3. การรับประทานยา แผนปัจจุบัน
4. การรับประทานยาสมุนไพรไทยหรือจีน เช่น ยาบำรุงสมอง ยาระบาย ยาขับลมในท้อง ยาปรับธาตุ และยารักษาโรคเฉพาะอันเกิดมาก่อนโรคนี้ คือไม่ได้เป็นเพียงโรคเดียว เช่น อัมพฤกษ์คู่กับความดัน ดัมพฤกษ์คู่กับเบาหวาน และโครอสเตรรอลสูง ฯลฯ เป็นต้น ถ้าเป็นนาน ๆ หลายปี สุขภาพจิตจะย่ำแย่ ต้องรักษาควบคู่กันไปด้วย
ข้อควรระวัง
1. โรคนี้รักษาหายแล้วจะเป็นอีก ต้องรักษาตัวอยู่ตลอด จะกลับมาเป็นอีกภายใน 2-7 ปี ถ้าเลย 10 ปี ไปแล้ว ค่อยหายกังวลไปบ้าง แต่ต้องดูแลสุขภาพอยู่เสมอ
2. เวลานอนต้องคอยพลิกตัวตลอดทุกชั่วโมง เพราะจะเกิดแผลกดทับได้ “กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับโรคนี้”
ท้ายนี้ขอฝากสำหรับผู้ที่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่มาก และแถมยังมีโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มมาด้วย ก็ยังมีความหวังถ้าดูแลรักษาตนเอง เพราะมีลุงคนหนึ่งดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มาก เป็นอัมพาตซีกขวา เป็นมา 2 ครั้งแล้ว รวม 2 ปี 7 เดือน ได้ทำการรักษา แล้วหายเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ เข้าห้องน้ำเองได้ รับประทานอาหารเองได้