ถวายอดิเรก…คำนี้เราคงจะได้ยินกันบ่อยๆ ตอนดูข่าวในพระราชสำนัก แล้วถวายอดิเรกคืออะไร….

ในหนังสือคู่มือชาวพุทธ ฉบับพูดจาภาษาวัด ได้กล่าวถึงการถวายอดิเรกว่า คือการที่ประธานสงฆ์ในการพระราชพิธี หรือการพระราชกุศล กล่าวคำถวายพระพรเป็นพิเศษเฉพาะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

โดยในขณะที่พระสงฆ์กำลังกล่าวคำถวายอดิเรกอยู่นั้น ผู้ที่มาร่วมในพิธีทั้งหมดจะลดมือลง ไม่ประนมมือรับพรนั้น คงมีแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เท่านั้น ที่ทรงประนมพระหัตถ์รับพระพร เพราะถือว่าเป็นพระพรชัยมงคลที่พระสงฆ์ถวายแด่พระองค์โดยเฉพาะ

การถวายอดิเรกมีต้นแบบหรือที่มาอย่างไรไม่เป็นการแน่ชัด แต่มีผู้รวบรวมไว้ว่า ในสมัยรัชกาลที่ 2 มีพระภิกษุชาวเมืองพัทลุงรูปหนึ่ง ชื่อพระสอน พุทธฺสโร ซึ่งเดินทางมาจำพรรษาที่กรุงเทพฯ

ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระสอนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นราชาคณะว่า พระอุดมปิฏก จากนั้นหลังสิ้นรัชสมัย ได้กลับไปจำพรรษาที่จังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นภูิมิลำเนาเดิม

ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์เคยทรงผนวช และทรงรู้จักคุ้นเคยกับพระอุมปิฎกเป็นอย่างดี เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระองค์ได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ตามหาและนิมนต์พระอุดมปิฎกมาเจริญพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีร่วมกับพระเถระรูปอื่นๆ ด้วย

พระอุดมปิฎกนั่งอาสนะลำดับสุดท้ายของพระสงฆ์ ครั้นถึงเวลารัชกาลที่ 4 ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม โดยลำดับจนถึงพระอุดมปิฎก พระองค์ทรงรับสั่งว่า “ท่านเดินทางมาแต่ไกล นานปีจึงจะได้พบกัน ขอจงให้พรโยมให้ชื่นใจทีเถิด” พระอุดมปิฎกถวายพระพรด้วยปฎิภาณโวหารเป็นภาษาบาลีว่า

อติเรกวสฺสสตํ ชีว
อติเรกวสฺสสตํ ชีว
อติเรกวสฺสสตํ ชีว
ทีฆายุโก โหตุ อโรโึค โหตุ
ทีฆายุโก โหตุ อโรโึค โหตุ
สุขิโต โหตุ ปรมินฺทมหาราชา
สิทฺธิกิจฺจํ สิทฺธิกมฺมํ สิทฺธิลาโภ ชโย นิจฺจํ
ปรมินฺทมหาราชวรสฺส ภวตุ สพฺพทา ฯ
ขอถวายพระพร

รัชกาลที่ 4 ได้ทรงสดับแล้ว ทรงโปรดพระพรบทนี้มาก จึงทรงรับสั่งให้ถือเป็นธรรมเนียมให้พระสงฆ์ใช้พรบทนี้ถวายพระพระพระมหากษัตริย์ ในการพระราชพิธีตราบเท่าทุกวันนี้ โดยมิได้ทรงแก้ไขแต่ประการใด นอกจากทรงรับสั่งให้เพิ่มคำว่า ตุ ต่อท้ายคำว่า ชีว เป็น ชีวตุ สืบมาจนทุกวันนี้

เรื่องของการถวายอดิเรกก็มีที่มาที่ไปอย่างนี้…..