เรื่องนี้อาจจะไปคนละมุมกับ เรื่อง จริยธรรมนักบริการสารสนเทศที่ษรได้สรุปเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราที่เป็นนักบริการสารสนเทศเข้าใจอยู่ แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ จากประสบการณ์ในการให้บริการ ปัญหาที่พบกลับไม่ใช่เราที่เป็นนักบริการสารสนเทศ แต่เป็นด้านผู้ใช้บริการสารสนเทศมากกว่า ก็อาจเป็นเพราะเทคโนโลยีสารสนเทศอีกนั่นแหละ ที่ผู้ใช้นำไปใช้ในทางที่เกิดประโยชน์แต่ตนเองฝ่ายเดียว  หรือแลกผลประโยชน์กันเช่น

1. การมี CD วิทยานิพนธ์ให้บริการ  การมีฐานข้อมูลที่เป็นสาธารณะ ให้คนไทยได้ใช้กันอย่างอิสระ  ซึ่งจุดมุ่งหมายเพื่อการให้โอกาสในการต่อยอดความรู้ ศึกษาแนวทางการวิจัย แต่กลับเป็นว่า ผู้ใช้สารสนเทศส่วนนี้บางคน ใช้แบบไม่มีจริยธรรม นำข้อมูลไปใช้โดยไม่อ้างถึง บางคนทำแค่เปลี่ยนกลุ่มตัวอย่างทดลอง เปลี่ยนชื่อหน่วยงาน..

2. ความสามารถของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น  การแปลงไฟล์  การ copy and paste

เคยอ่านความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานบรรณารักษ์สมัยใหม่คนหนึ่งเขียนว่า เราไม่ควรนำเอาแง่มุมที่ไม่ดี ของผู้ใช้บริการมาพูดถึง (ผิดจริยธรรม) แต่บางครั้งเราได้พบเจอบ่อยเข้า และยิ่งนานวันยิ่งพบว่า ผู้ที่ใช้สารสนเทศอย่างไม่มีจริยธรรมมีมากขึ้น และไม่รู้สึกว่าตนทำไม่ถูก  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเราผู้ให้บริการสารสนเทศตั้งใจให้ความรู้เรื่องการใช้สารสนเทศ  ผู้รับบริการก็รู้สึกดีใจที่เห็นหนทาง แต่กลับเป็นหนทางในการหาเงิน..มันรู้สึกไม่ดีเลย

ก่อนที่จะกลายเป็น blog บ่น จึงต้องนำเสนอจริยธรรมการใช้สารสนเทศซะหน่อย (สรุปมาจาก กฎหมายและจริยธรรมสารสนเทศ ของ ดร.วราภรณ์ วนาพิทักษ์ ของ มสธ.  http://www.stou.ac.th/Schools/Sla/upload/13201_U15.pdf)

1.ข้อมูลที่นำไปใช้ ต้องมีความถูกต้อง แม่นยำ  และมีความครบถ้วนของข้อมูล

2.ข้อมูลที่นําไปเผยแพร่ จะต้องไม่ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ต่างจากข้อมูลที่แท้จริง

3. เมื่อมีการคัดลอกข้อความ รูปภาพ หรือ จากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ต้องบอกแหล่งที่มาของข้อความ รูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่สื่อ

ความหมายนั้น  และการคัดลอกดังกล่าว ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาวิจัย  มิใ่ชการกระทําเพื่อแสวงหาผลกำไร

4.ไม่นําข้อมูลสารเทศที่จัดเก็บไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ในทางที่มิชอบ

5.ไม่เผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล

ใครอยากอ่านละเีอียด ตามไปอ่านที่ link ที่ลอกมาให้นะคะ